วันนี้ทอดทิ้งเพื่อนๆ (แต่คล้ายๆถูกทอดทิ้งมากกว่า) ปล่อยให้คณะทัวร์เดินทางไปแช่ออนเซ็นกันที่ฮาโกเน่ตามลำพัง เหตุผลคือ หนึ่ง..คือเคยไปมาแล้ว ถึงจะชอบ และอยากแช่ออนเซ็นอีก แต่สอง..ค่าเดินทางและอื่นๆรวมกันเหยียบหมื่น จึงขอทำตัวเจี๋ยมเจี๊ยมงกงกและร่อนๆอยู่โตเกียวดีกว่า
ผู้ร่วมอุดมการณ์คือ เต แต่เราแยกกันนะ เพราะงั้นวันนี้กึ่งๆเที่ยวคนเดียวจ้าา
ตื่นเช้ามาสะกิดปลายเท้าหนิงหนึ่งทีเพื่อบอกว่า ทุกคนสายแล้วนะจ้ะ ฮ่าๆๆ พอหนิงตื่น เราก็นอนต่อ เพราะวันนี้ชิลๆ ออกสายๆ ตื่นมาอีกทีก็ได้เวลาออกตัว แยกกับเตที่สถานีคิตะเซ็นชู เพราะตั้งใจจะแวะตัดผม ฮ่าๆๆๆ
คือยังงี้ การตัดผมที่ญี่ปุ่นเป็นอะไรที่แพงมากสำหรับนักเรียนจนๆอย่างเรา ร้านที่เกียวโตเท่าที่เคยเห็นก็สองพันอัพซะทั้งนั้น ทางเลือกหนึ่งคือซื้อกรรไกรซอยมาให้เชียร์ตัดให้ แต่ถึงเชียร์จะบอกว่าเคยตัดให้น้องชาย แต่ด้วยความเกรงจายยย จึงยังไม่เคยใช้บริการ
ทีนี้ วันแรกที่ไปชินจูกุ ท้อปมันแยกไปหาร้านในฝันของมัน (ฮ่าๆๆ) และบังเอิญเจอร้านตัดผมราคาพันสาม มันก็ชิ่งไปตัดมาเรียบร้อย ผมเลยเห็นเป็นโอกาสดี ว่าโตเกียวมันมีร้านถูกๆด้วยแฮะ แล้วเมื่อวานก็เห็นอยู่ในสถานี ราคาพันเดียว เลยว่าจะมาตัดครับ
อะ กลับเข้าเรื่อง พอแยกกันเรียบร้อย ก็เดินหาร้านตัดผม ด้อมๆมองๆโฉบไปโฉบมาอยู่แป๊บนึง ก็เปลี่ยนใจ เพราะในร้านมีแต่ช่างที่เป็นลุงๆป้าๆ กลัวจะได้เป็นรองทรงกลับมา ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไร วันนี้ว่าง เดี๋ยวแวะไปชินจูกุ ไปร้านที่ท้อปมันตัดก็ได้
วันนี้มีนัดกับน้องนิเทศจุฬาฯคนนึง ชื่อน้องพัด
ขอท้าวความความสัมพันธ์ก่อน ฮ่าๆๆ … น้องพัดเป็นรุ่นน้องอยู่สองปี สมัยนั้นผมเป็นสตาฟวินัย (หนึ่งอีกนัยคือ ว้ากเกอร์) และน้องพัดคนน้องคนนึงที่ไม่เคยเข้าห้องเชียร์ ฮ่าๆๆ เราเจอกันหนึ่งครั้งในวันปิดห้องเชียร์ คุยกันนิดหน่อย ทำให้รู้ว่าที่ไม่ได้มาเข้าเพราะน้องพัดกำลังจะมาเรียนที่ญี่ปุ่น เลยต้องไปเรียนภาษาทุกเย็น แล้วน้องเค้าก็จากเมืองไทยมาอยู่ญี่ปุ่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบันก็ทำงานอยู่ที่โตเกียวนี่แหละ
ทีนี้พอผมมาญี่ปุ่น เราก็เฮ้เฮ้กันตามประสาคนเคยรู้จัก (หนึ่งวัน … ฮ่าๆๆ) แล้วพอผมขึ้นไปโตเกียวก็เลยต้องเจอกันซะหน่อย แต่ก่อนถึงเวลานัด ผมไปร่อนๆที่สถานีโตเกียวซะก่อน เพราะมันมีลิลัคคุมะชอปอยู่ กรั่กๆๆ เสียทรัพย์เล็กน้อย
จากนั้นก็เดินทางไปยังโอโมเตะซานโด เพราะน้องพัดจะพาไปกินแฮมเบิร์กที่มีคนแนะนำมา
ถึงละน้องพัดเลทนิดหน่อย พี่คิวเลทมากกว่า ฮ่าๆๆ
ก็กินกันไป เม้าท์กันไป ตามประสาคนไม่ได้เจอกันมานาน ย้อนความหลังช่วงสั้นๆว่าน้องยังคงจำพี่ส้วมนิสิตสัมพันธ์ได้ดีงี้ ฮ่าๆๆ …แล้วมื้อนั้นน้องก็เลี้ยง – -” เป็นรุ่นพี่ที่น่าอายมะ ฮ่าๆๆ เช่นเคย เจ้าถิ่น+มีงานทำแล้ว ขอจ่าย เพราะงั้นมาเกียวโตเมื่อไหร่ ตาพี่นะน้องพัด ^^
ขอตัวจากน้องพัดไปหาร้านตัดผมต่อ ฮ่าๆๆ ..ออกตัวจากโอโมเตะสู่ชินจูกุอีกครั้ง เดินไปตามทางที่ท้อปบอก แล้วก็เจอร้านตัดผมพันสามอย่างที่ว่า
ในร้านมีตู้ให้กด นั่นแน่ ทุกอย่างเป็นตู้ไปหมด แต่ไม่ได้ให้กดนะว่าจะเอาทรงอะไร แล้วตู้ก็ไม่ได้เป็นคนตัดให้ด้วย ถ้าขนาดนั้นมันจะอวกาศเกินไปแล้ว.. มันเป็นตู้ให้กด หยอดตังค์และรับบัตรคิว คือจ่ายเงินก่อนตัดเลยครับ
นั่งเปิดหนังสือแบบผมไปเรื่อย พอถึงคิวก็ชี้ ประมาณนี้ ช่างก็แบบ มันสั้นนะเออ เราก็แบบจะเอาสั้นๆอะเออ คุ้มๆ แล้วเค้าก็ตัดให้ สิบห้านาทีเสร็จ รวดเร็วมากๆ ไม่มีสระแต่เซ็ทให้ด้วย ..เซ็ทแบบไม่ใช้แว็กซ์อะนะ ฮ่าๆๆ
ความจริงน้องพัดชวนไปนั่งดริงก์กันต่อตอนกลางคืน แต่ด้วยความสับสนนิดหน่อยเลยปฏิเสธไป รู้ทีหลังว่าต้องอยู่เหงาๆต่อไปถึงห้าทุ่ม เพราะทัวร์ฮาโกเน่กะเที่ยวให้คุ้ม ขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้ายซะเลย
http://www.youtube.com/watch?v=nK4sZiR8-BA
กลับจากร้านตัดผม ก็ไปเดินแกร่วๆอยู่แถวสถานีชินจูกุ มี street musician มาเล่นด้วย เพราะดีครับ ซื้อมาแผ่นนึงด้วย buying on impulse มากๆ ฮ่าๆๆ แล้วก็นั่งรถต่อไปชิบูย่า ตั้งใจจะไปกินข้าวแกงกะหรี่ที่ Curry House ร้านเล็กๆที่เคยมากินเมื่อสามปีก่อน
http://www.youtube.com/watch?v=0_SX-_5g48s
ไปถึงปรากฎว่ามันไม่อยู่แล้ว ผมว่าผมจำทางไม่ผิดนะ น่าจะเจ๊งไปแล้วล่ะ ก็เลยหาอย่างอื่นกิน
ชิบูย่าคนเยอะ ทำผมเหงาไปเลย คิดแล้วรู้สึกดีที่เลือกไปอยู่เมืองเงียบๆอย่างเกียวโต ทุกอย่างที่ดูเชื่องช้า มันผิดกับความเร่งรีบของคนโตเกียวมากๆ คนโตเกียวไม่ยิ้ม เดินชนไม่ขอโทษ โบ้ยว่าเราผิดด้วยซ้ำ ไม่เหมือนที่เกียวโต ขอโทษกันแล้วขอโทษกันอีก จริงใจมากแค่ไหนไม่รู้ แต่เห็นแล้วมันน่ารัก
ซักพักก็มี sms จากเตว่ากลับจากโยโกฮาม่าแล้ว ..ขานี้เค้าก็ยังไม่สะใจกับโยโกเหมือนกัน ถึงขนาดมีวันว่างเลยเกาะรถไฟไปเดินเล่นอีกรอบ ฮ่าๆๆ .. เตก็อยู่ที่ชิบูย่าเหมือนกัน ผมเลยมีเพื่อนละ เย่
เดินเล่นกันต่อ แวะ H&M เพราะมันลด อะๆ เตอยากเดิน เราก็ขึ้นไปดูของผู้ชายก็ได้ เดินไปเดินมา ลองไปลองมา ปรากฎว่าคนเสียตังค์คือผมเอง ฮ่าๆๆๆ
สี่ทุ่มได้เวลากลับ เพราะกุญแจบ้านอยู่กับเรา กลัวทัวร์ฮาโกเน่จะเข้าบ้านไม่ได้ กลับไปถึง บ้านเงียบเชียบ นั่งแกร่วกันอยู่สองคน จนทัวร์ลงตอนเที่ยงคืนได้…













