ถึงแม้เมื่อคืนจะรีบกลับ แต่ก็นอนเวลาเดิมราวๆตีสองอยู่ดี ผลก็คือตื่นสาย และไปสายเช่นเคย ฮ่าๆๆ
ทำให้พลาดรถไฟ ต้องรออีกประมาณหนึ่งชั่วโมง นิกโก้ของเราจึงเหลือแค่การชมบริเวณที่เป็นวัดวา ไม่ได้ไปไกลถึงแถวๆทะเลสาบ โธธธ่
มาถึงสถานีอาซากุสะที่ขึ้นรถของเราตอนสายๆ ต้องไปแวะตรงที่ขายตั๋วก่อน คุยกับเค้า วางแผนๆ ซึ่งก็ดี เพราะเค้ามีข้อมูลให้หมดเลย เวลาออกรถไฟ เวลาจอดรถเมล์ในนิกโก้ ให้เราลงป้ายไหน แล้วกลับที่ป้ายไหนเวลาไหน
ซื้อของกิน และจัดการธุระส่วนตัวก่อนขึ้นรถไฟนานสองชั่วโมงครึ่งขึ้นไปทางเหนือสู่นิกโก้ เพราะเราเลทกันมาก จึงไม่มีมื้อกลางวันสำหรับวันนี้ จะกินก็ซื้อมากินกันบนรถนั่นเลย
รถไฟโล่งสบายทั้งที่เป็นวันเสาร์ เลยทำตัวเป็นกะเหรี่ยงไม่มีมารยาทนั่งเอาขาพาดเบาะตรงข้ามมันซะแล้วหลับต่อ อิอิอิ
ตอนอยู่บนรถไฟขณะหลับๆตื่นๆ ได้ยินเสียงประกาศบอกคล้ายๆว่ามีหิมะตกที่นิกโก้ แต่ความรู้ทางภาษายังไม่ประสี บวกคุณลุงคนขับพูดในคอซะฟังไม่ค่อยออก เราก็คิดไปว่า กูฟังผิดไปเองม๊างง และก็หลับต่อ
พอถึงนิกโก้ ยังไม่ทันที่รถไฟจะจอดดี คุณเพื่อนก็อุทานออกมาว่า อ๊ากกส์ หิมะตก!! (ใส่อารมณ์เว่อร์แบบคนญี่ปุ่น) อู้ว ตกจริงๆด้วย เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกครับ แต่มันตกแบบตกโดนมดมดไม่ตาย เบาบางเบาบางมากครับ
ลงรถปุ๊บก็สวมวิญญาณไกด์ชะโงกทัวร์ไปรอรถเมล์ เพราะถ้าไม่ขึ้นคันนี้ วันนี้คงไม่ต้องเที่ยวกัน ดูจากเวลาแล้ว วันนี้ต้องเที่ยวแบบฟิตๆ ชิลๆตามปกติไม่ได้ เพราะถ้าตกรถ ได้สนุกแน่
นั่งรถเมล์ต่อเข้าไปอีกนิดเพื่อพบกับสิ่งก่อสร้างสองมิติ แบนๆ แห่งนี้ ฮ่าๆๆ เอิ่ม ปิดซ่อมว่ะ กรั่กๆๆๆ แต่หิมะตก พอใจละ
นิกโก้เป็นมรดกโลกด้วยวัดและธรรมชาติล่ะมั๊ง ซึ่งก็สวยมาก บรรยากาศดี ต้นม้งต้นไม้สูงใหญ่ และหิมะตก (พูดเป็นรอบที่สาม อิอิอิ)
ลิงปิดหู ปาก ตา ไม่ได้ยิน ไม่พูด ไม่เห็น…
บริเวณที่ไป มีวัดหลายแห่ง บางแห่งฟรี บางแห่งต้องใช้บัตรที่ซื้อมา บางที่ก็เสียตังค์เพิ่ม ด้วยความไม่เคยมา เราก็มั่วไปเรื่อย
สุดท้ายแล้วใช้บัตรคุ้มหรือเปล่าก็ไม่รู้ อิอิ
เพราะบางวัดก็หาไม่เจอ และหมดเวลาซะก่อน
นั่งรถไปต่อกันอีกจุด ซึ่งเป็นสะพานไม้สีแดง ที่เค้าไม่ให้ขึ้น ได้แต่ถ่ายรูปจากไกลๆ ลมแรงและหนาวมาก ถ่ายเสร็จต้องยืนรอรถกันอีกแป๊บ จะแข็งตาย
กลับมาถึงแถวๆสถานีรถไฟก็เป็นเวลากินข้าวเย็นก่อนนั่งรถไฟอีกสองชั่วโมงครึ่งกลับบ้านกัน อาหารเฉยๆ แต่ขนมอร่อย ถ้ามีโอกาสได้ไป ขอให้ลองกินซักอย่างที่คล้ายๆซาลาเปาทอดไส้ถั่วแดงหวานๆ มันจะออกสีดำๆและมีเกาลัคสีเหลืองแปะอยู่ข้างบนเสี้ยวหนึ่ง
แต่ขอแนะนำอันนี้มากกว่า แป้งทอดสีเหลืองๆอันนี้ ข้างในหวาน ข้างนอกเค็ม โรยเกลือสะใจดี กินแล้วเจ็บคอกันไปตามๆกัน
กลับถึงบ้านสามทุ่มได้ รวดเร็วที่สุดตั้งแต่มาเที่ยว หลายคนเริ่มหิวอีกรอบ จึงแวะหิ้วโอเด้งเซเว่นกลับบ้านกันคนละชามใหญ่ เหอะๆๆ เป็นที่มาของอาการเสพติดโอเด้งของทุกคน แล้วก็นอน…ดึกอีกเช่นเคย

















