เมื่อวานเที่ยวกันยาวนาน ตื่นเช้ากลับดึก วันนี้เลยตื่นสาย (ฮ่าๆๆ ความจริงสายทุกวันแหละ ตามสไตล์ แต่วันนี้มีนัดเชียร์ไว้ แต่ก็ยังสายไปหลายชั่วโมง ตึ่ง!)
แวะกินข้าวเช้าควบเที่ยงกันที่ lawson 100 yen ที่พึ่งคนจน แบบด่วนๆ ก่อนจะขึ้นรถไฟไปฮาราจูกุ
ฮาราจูกุในวันธรรมดาไม่มีคนแต่งคอสเพลย์ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์อาทิตย์ แต่คนก็ยังเยอะแยะเต็มไปหมด นี่เป็นครั้งแรกที่มา เพราะคราวที่แล้วหาไม่เจอ ฮ่าๆๆ และด้วยความเป็นถนนช้อปปิ้ง ผมกับท้อปเลยขอแยกตัวไปเดินกันเอง ปล่อยพวกผู้หญิงช้อปปิ้งด้วยกัน เพราะไม่งั้นคงได้แต่ยืนรอ
ตกลงกันได้ว่า อีกสองชั่วโมงเจอกันตรงสุดถนน ด้วยความที่เพิ่งเคยมา เลยคิดว่าถนนคงยาวพอสมควร แต่พอเดินไปกับท้อป สิบกว่านาทีก็สุดถนน มันสั้นมากทีเดียว
ในเมื่อมีเวลาเหลือ และฮาราจูกุไม่มีอะไรน่าสนใจมากนัก เราเลยเดินไปดูโอโมเตะซานโดะ แหล่งช้อปหรูๆกันเล็กน้อย เดินไปเดินมา ดูจนทั่วหมดแล้ว ก็ได้เวลานัดพอดี
ไปที่จุดนัด สาวๆยังไม่มา โทรไป ไม่รับ ฮ่าๆๆ (รู้ตัวกันมั๊ยย) จนโทรหาเชียร์ ถึงได้รู้ว่า ทุกคนยังอยู่ที่เดิมที่แยกกัน แต่ถัดมาหนึ่งร้าน!!
ผู้หญิงช้อปปิ้งนี่น่ากลัวจริงๆ
ใช้เวลาสองชั่วโมงเดินกันสองร้าน แล้วไอ้ถนนที่ผมเดินกันสิบนาที สองวันก็คงไม่พอ ฮ่าๆๆ
เมื่อเห็นสถานการณ์ดังนั้น และสาวๆบอกจะไม่ไปไหนจนกว่าจะได้ของที่ถูกใจ เราสองคนเลยขอตัวล่วงหน้าไปชิบูย่ากันก่อน
ถึงชิบูย่าตอนเย็นๆ เดินดูนั่นดูนี่ตามประสา ชิบูย่าใหญ่โต น่าสับสนกว่าทาเคชิตะโดริของฮาราจูกุเป็นไหนๆ มีให้เดินเยอะไปหมด แต่ทุกอย่างก็คล้ายๆกัน เราเดินอ้อมไปถึงผับด้านหลัง วกกลับมาจนฟ้ามืด
สาวๆก็มาถึง ฮ่าๆๆ พร้อมกับถุงใบเล็กใบน้อย ความจริงก็ไม่ได้ช้อปกันเยอะมากมาย แค่ลองเยอะเท่านั้นเอง ฮ่าๆๆ
ได้เวลากินข้าว ซึ่งเป็นอุปสรรคเดียวที่มักจะตกลงกันไม่ได้ เพราะทุกคนอยากกินคนละอย่าง ในเมื่อเป็นยังงั้น เราก็….แยกกันกินตามสไตล์ทัวร์ตัวใครตัวมันคนละหนึ่งชั่วโมง แล้วเจอกันนะจ้ะ
เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อยก็ได้เวลาแวะสถานที่สุดท้ายของวัน Tokyo Tower
วันนั้นเป็นวันคริสต์มาสอีฟพอดี (คนญี่ปุ่นให้คามสำคัญคริสต์มาสอีฟมากกว่าคริสต์มาสอะนะ) คนเลยเยอะหน่อย และตัวหอคอยก็เปิดไฟรูปหัวใจ ไม่ใช่สีแดงตามปกติ ว้าาาา
พอสี่ทุ่ม ก็ได้ฤกษ์กลับบ้าน เพราะพรุ่งนี้มีคิวจะไปไกลถึงนิกโก้ เลยตั้งใจจะตื่นเช้า ต้องรีบกลับไปนอน











